2008/May/28

ข้อมูลเบื้องต้น
ช่วงเวลาที่จัด วันที่ 7 มิถุนายน 5 กรกฎาคม และ 2 สิงหาคม 2551
สถานที่ เรือนร้อยฉนำ สวนเงินมีมา คลองสาน กรุงเทพฯ แผนที่
บริจาคร่วมกิจกรรม

ไม่เสียค่าเข้าชม (บริจาคตามกำลัง)

จำนวนรับสมัคร ไม่จำกัดจำนวน
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เสมสิกขาลัย สำนักงานอาศรมวงศ์สนิท และสถาบันต้นกล้า
หมายเลขโทรศัพท์

ประภา โยธาทร 085-178 1014
อัจฉรา เกียรติประไพ 084-668 3009 , 086-722 1600

e-mail address ashram@semsikkha.org
 
ความนำ
เรามีหนังดี ๆ เพื่อแบ่งปันกันดู
เรามีความรู้สึกดี ๆ เพื่อแบ่งปันกันรับรู้
เรามีความหวังว่าสิ่งดี ๆ จะกระจายไปสู่ผู้คน

เพราะเราชอบดูหนัง...
หลายครั้งที่เรารู้สึกอิ่มเอม เบิกบานกับ ความงามของหนังดี ๆ
หลายครั้งเราได้คำตอบให้กับชีวิต
หลายครั้งเราได้คิดทบทวน ความเป็นไปของชีวิตและผู้คน
หลายครั้งเราได้เห็นความเป็นไปของผู้คนในถิ่นอื่น
เพราะเราชอบ เราจึงอยากแบ่งปัน และชวน เพื่อน ๆมาดู
เรามีหนังทางเลือกจากหลายหลายประเทศ
และเราหวังว่าเพื่อน ๆ เองก็คงมีหนังดี ๆ มาแบ่งปันกับเรา

มาดูหนังด้วยกันนะ...

 
กำหนดการ

12.00-13.00 น.

ลงทะเบียน

13.00-15.00 น.

ฉายหนัง
15.30-17.00 น. แลกเปลี่ยน
 
ข้อมูลเพิ่มเติม

วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2551

Love for Share (2006) -- อินโดนีเซีย

กำกับโดย Nia Dinata

Love for Share แบ่งเรื่องราวออกเป็น 3 ส่วน ว่าด้วยเรื่องของครอบครัวชาวอินโดนีเซีย 3 ครอบครัว ที่สามีทั้งหลายนิยมการมีภรรยาหลายคน หากดูผิวเผินครอบครัวนี้อาจสงบสุขดี แต่ข้อสรุปสุดท้าย ตัวสามีก็บอกกับลูกชายที่เกิดกับภรรยาคนแรกว่า “อย่ามีเมียเยอะ เพราะมันวุ่นวาย มีแค่คนเดียวก็พอ” ซึ่งลูกชายน่าจะเห็นดีเห็นงามด้วยจากที่เห็นแม่ของเขาต้องแปลกใจ และต้องอดทนกับการมีผู้หญิงคนโน้น คนนี้ ผุดขึ้นมาในฐานะภรรยาใหม่ของพ่ออยู่บ่อยๆ  เขาก็ตระหนักถึงปัญหาของการมีภรรยาหลายคนได้ไม่ยากเลย                      ครอบครัวที่สองเป็นเรื่องของเด็กสาวที่จำใจต้องเป็นภรรยาคนที่ 3 ของอาตัวเอง และกับการกระทำที่ต้องฝืนความรู้สึก สุดท้ายเธอจึงหาทางออกด้วยการเก็บออม และเริ่มค้นพบความสุข ความรักจากใครคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ เธอมาตลอดนั่นเอง ซึ่งความรักครั้งนี้ก็ทำให้เธอตระหนักได้ว่าเธอจะไม่เป็นฝ่ายยอมอีกต่อไป                                 สุดท้ายคือครอบครัวที่สาม ซึ่งเป็นชาวคริสเตียน ที่ไม่สามารถมีภรรยาได้หลายๆ คนเหมือนชาวมุสลิม มิหนำซ้ำการหย่ากันก็ถือเป็นบาปอีกด้วย แต่เมื่อสามีจะมีเมียน้อยขึ้นมา อะไรก็ฉุดไม่อยู่


วันเสาร์ที่ 5 กรกฏาคม 2551

Offside (2006) -- อิหร่าน

กำกับโดย  Jafar panahi

หนังเรื่อง offside เล่าถึงเด็กสาวชาวอิหร่านที่คลั่งไคล้ในกีฬาฟุตบอลที่เรียกว่าไม่น้อยหน้าผู้ชายเลยแม้แต่น้อย แต่ในสังคมของอิหร่าน พื้นที่ในบ้านถูกขีดแบ่งแยกชัดเจนว่าเป็นของผู้หญิง ส่วนพื้นที่สาธารณะนั้นเป็นของผู้ชาย

ดังนั้น ในเมื่อการที่เด็กสาวเหล่านี้ต้องการไปดูฟุตบอลนัดสำคัญ ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติระหว่างอิหร่านและบาห์เรน แถมยังเป็นนัดชี้ชะตาด้วยว่าทีมใดจะได้ไปบอลโลก เกมส์การแข่งขันวันนี้จึงมีเจ้าหน้าที่ทหารคอยดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด จึงเป็นเรื่องที่เสี่ยงและยากเกินที่จะได้เข้าไปดู

แต่ถ้าพวกเธอปลอมตัวเป็นผู้ชายล่ะ.....จะสามารถหลอกสายตาเจ้าหน้าที่และแฝงเข้าไปจนถึงสนามได้เลยหรือเปล่าหนอ

เรื่องราวของหนังทั้งสนุกน่ารักแบบปนเขื่อน แต่ก็ขำสุดแล้ว ถ้าเทียบกับหนังเรื่องอื่นๆของผกก.คนนี้อย่าง the circle(2000), the mirror(1997), หรืออย่าง crimson golds(2003)


วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2551

Water (2005) -- อินเดีย

กำกับโดย  Deepa Mehta

งานไตรภาคอันโด่งดังของดีปา เมห์ทา เริ่มต้นในปี 1996 ด้วยเรี่อง Fire ซึ่งเธอเขียนขึ้นเอง ตามติดด้วย Earth ในอีก ๒ ปีต่อมา ก่อนจะเว้นวรรคทำหนังเรื่องอื่นอีก 2 เรื่อง แล้วจึงปิดท้ายไตรภาคด้วยเรื่อง water ทั้ง 3 เรื่องเรียกขานรวมกันว่า ไตรภาคแห่งธาตุ หรือ Element Trilogy

ไตรภาคชุดนี้มีเรื่องราวแยกต่างหากจากกัน แต่มีจุดร่วมเดียวกันคือมีฉากหลังเป็นประเทศอินเดีย  เนื้อหาว่าด้วยขนบธรรมเนียมประเพณี ชนชั้นวรรณะ หรือศาสนา  อันนำมาซึ่งความเหลื่อมล้ำ ความขัดแย้งและแตกต่างของผู้คนในสังคม นอกจากนี้ ยังมีจุดร่วมสำคัญอีกประการคือ มีตัวละครหลักเป็นผู้หญิง ดีปาจึงมักจะถูกกล่าวถึงในฐานะนักสร้างหนังเฟมินิสต์ด้วย

Water จากบทหนังที่ดีปาเขียนขึ้นเอง ย้อนกลับไปในปี 1938 ที่เมืองพารารณสี ริมฝั่งแม่น้ำคงคา ชุญา เด็กหญิงวัย 8 ขวบ กลายเป็นแม่หม้ายเมื่อสามีสูงวัยเสียชีวิต เธอถูกส่งตัวไปยังสถานที่เฉพาะของแม่หม้าย ต้องตัดผมสั้น ห่มขาว อยู่ภายใต้ข้อบังคับ-ข้อห้ามสารพัด และไม่สามารถกลับบ้านได้ นั่นหมายถึงชุญาต้องอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต

2008/May/07

 เครือข่ายตลาดสีเขียวขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเดินทางไปกับเรา...

เยี่ยมชมแหล่งผลิตน้ำตาลโตนดและน้ำตาลสดธรรมชาติ ด้วยกรรมวิธีดั้งเดิม ที่ให้รสชาติของน้ำตาลแท้ๆ ที่ปราศจากสารฟอกขาว หรือเคมีใดๆ ปลอมปน พร้อมกับกลิ่นหอมหวานที่เป็นเอกลักษณ์อันเลื่องชื่อของน้ำตาลเมืองเพชร (เพชรบุรี) และแวะชมนาข้าวออร์กานิคที่นาวิลิต ที่อำเภอท่ายาง

กำหนดการเดินทาง

07.00 น.           ออกเดินทางจากกรุงเทพ ฯ
09.00 น.           ถึงวังตาลโตนด ที่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 3 ต.บ้านหาด อ.บ้านลาด จ. 
                       เพชรบุรี เรียนรู้เรื่องการทำน้ำตาลโตนดและน้ำตาลสด
12.00 น.           รับประทานอาหารเที่ยง ร้านผัดไทยโบราณ ท่ายาง
14.00 น.           เยี่ยมชมการผลิตข้าว บ้านนาวิลิต ที่อำเภอท่ายาง
17.00 น.           เดินทางกลับกรุงเทพฯ

กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตน้ำตาลโตนดธรรมชาตินี้ รวมตัวกันตั้งแต่ 6 ปีก่อน ที่บ้านหมู่ 3 ต.บ้านหาด อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี โดย “คุณพงศธร มีลิ” คนเมืองเพชรพันธุ์แท้ เป็นแกนนำในการจัดระบบการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ
 
คุณพงศธรเล่าให้ฟังว่า แต่เดิมนั้นชาวสวนตาลต่างคนต่างขึ้นตาลแล้วนำน้ำตาลมาเคี่ยวทำน้ำตาลสดกันเอง ในหนึ่งครัวเรือนต้องใช้กระทะขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เมตรถึงสามใบ ในการเคี่ยวน้ำตาลสดซึ่งราคากระทะที่ใช้นั้นประมาณ 1,000 บาทต่อใบ ทำให้ในแต่ละครัวเรือนมีต้นทุนในการแปรรูปน้ำตาลสูง ไม่คุ้มกับต้นทุนที่จะประกอบอาชีพนี้ต่อไป บางคนจึงต้องเลิกผลิตไป คุณพงศธรคิดว่าถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ อาชีพการขึ้นตาลซึ่งเป็นอาชีพที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรษของชาวเมืองเพชรบุรีจะสูญหายไป จึงคิดถึงการรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์ให้ชาวบ้านนำน้ำตาลมาส่งขายในราคาถังละ 70 บาท (น้ำตาลหนึ่งถังน้ำหนัก 220 กิโลกรัม) แล้วจึงนำมาตั้งเตาเคี่ยวรวมกันซึ่งมีประมาณ 6 เตา สมาชิกในกลุ่มก็ผลัดเปลี่ยนกันมาช่วยในแต่ละกระบวนการผลิต

ในการเก็บน้ำตาลนั้น ช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่น้ำตาลจะมีความหอมหวานมากที่สุด ชาวเมืองเพชรบุรีจึงมีการจัดสรรช่วงเวลาการผลิตให้สอดคล้องกับฤดูกาลตามธรรมชาติ คือในช่วงฤดูร้อนก็จะขึ้นตาลเพื่อนำมาทำน้ำตาล และในฤดูฝนก็จะเริ่มหว่านกล้าทำนากัน กลายเป็นวิถีชีวิตที่เกื้อหนุนกับธรรมชาติอย่างสมดุล

ต้นตาลที่ชาวบ้านขึ้นไปเก็บเอาน้ำตาลนั้นมีสองประเภท ชาวบ้านเรียกกันว่าตาลตัวผู้และตาลตัวเมีย ตาลตัวเมียนั้นนอกจากจะให้น้ำตาลแล้วยังให้ลูกตาลซึ่งนำมาทำขนมตาลแสนอร่อยอันเป็นที่โปรดปรานของหลายๆ คนอีกด้วย นอกจากนี้เราได้เกร็ดความรู้เพิ่มเติมจากคุณพงศธรว่า การปลูกตาลนั้นต้องปลูกถึง 10 ปีกว่าจะได้เก็บเกี่ยวผล ซึ่งตาลต้นหนึ่งสามารถให้ผลได้เรื่อยๆ จนอายุถึงเกือบ 100 ปี แต่ต้นตาลที่มีอายุมากก็จะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ปีนเก็บเอาน้ำตาลลำบาก ชาวบ้านจึงไม่นิยมขึ้นกัน แต่เห็นอย่างนี้ยิ่งต้นตาลมีอายุมาก ยิ่งสูงมาก ก็จะยิ่งให้น้ำตาลมากเช่นกัน “ชาวบ้านที่นี่เขาไม่หวงกันหรอก ใครมีปัญญาขึ้นก็ขึ้นเอาเลย แต่เวลาขายได้เขาก็จะเอาน้ำตาลมาแบ่งกันเอง”  คุณพงศธรพูดปนเสียงหัวเราะ แต่ในน้ำเสียงนั้นพวกเรากลับสัมผัสได้ถึงน้ำใจที่อบอุ่นทำให้หวนนึกถึงวัฒนธรรมการแบ่งปันแลกเปลี่ยนแบบ “ข้าวแลกแกง” ซึ่งเงินตราไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นเลย

Click to enlarge

 

 

 

 

 

 

 

สนใจร่วมเดินทางไปกับเรา ติดต่อได้ที่

คุณ มิ้ม
โทรศัพท์ 089 6419 283, 02-622-0955, 02-222-5698
หรือส่งรายละเอียดในกรติดต่อของคุณมาที่
wecare@thaigreenmarket.com  
www.thaigreenmarket.com

รับจำนวนจำกัด 30 ท่าน

ต่าใช้จ่ายตลอดทั้งการเดินทาง 800 บาท

2008/Apr/23

 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน 2551 ที่สวนสันติชัยปราการ งานนี้นอกจากจะมีการออกร้านเล็กๆน่ารักๆแล้วยังมีอาหารออแกนิกให้ลิ้มลองอีกต่างหาก

พอแดดล่มลมตก กิจกรรมบนเวทีเริ่มด้วยการเสวนา "เปิดชีวิต ปิดทีวี" ละครจากมะขามป้อม ตกเย็นจึงได้เวลาบันเทิงกับดนตรีน่ารักๆของน้องๆจากโรงเรียนรุ่งอรุณ และปิดท้ายงานด้วยวงดนตรีอพาร์ทเมนท์คุณป้า ที่เคยมาเล่นดนตรีงานปิดทีวีปีที่แล้วเช่นกัน จะต่างกันก็แต่ที่ปีนี้ พวกเขาฮอตขึ้น

 

 

 

 

 

edit @ 23 Apr 2008 15:34:30 by ร้านของเรา

2008/Apr/19

กิจกรรม เปิดชีวิต.... ปิดทีวี  21 27 เมษายน 2551 

 

 

 Work Shop           จัดรายการวิทยุ
วัน/เวลา                    21/4/51  (17.00 น. 20.00 น.)
สถานที่                      มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
วิทยากร              จามร ศรเพชรนรินทร์ (เจ)
สิ่งที่ต้องเตรียม          เรื่องราวที่อยากบอกเล่า
               

 เป็นนักจัดรายการไม่ยากอย่างที่คิด หรือไม่ใช่อาชีพในฝันที่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป  ลองมาเป็นนักจัดรายการในแบบของคุณ…….จาก ฝ่ายรณรงค์และเผยแพร่ มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม สู่ วิทยุทางอินเตอร์เน็ต โครงการสื่ออาสาสร้างสรรค์สังคม
         “การสื่อสารที่ไม่ค่อยได้ถูกสื่อสาร คือสาระที่เกี่ยวข้องกับความจริงอีกมุมหนึ่งของสังคมปัญหาของชีวิตคนที่ถูกกระทำ ถูกเอาเปรียบงานพัฒนาขององค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรประชาชนเราเผยแพร่ ... จากสื่อสิ่งพิมพ์ ... สู่สื่อวิทยุ เมื่อนโยบายเปิดช่องว่า คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรของชาติเราสนับสนุนให้องค์กรชุมชน ทำ วิทยุชุมชน สื่อสารให้กับพี่น้องในท้องถิ่นเพื่อ แก้ปัญหา บอกเล่า ถ่ายทอด วัฒนธรรมเราสนับสนุนข้อมูล ข่าวสาร ต่าง ๆ ให้วิทยุชุมชน เราหาช่องทาง ใช้ เทคโนโลยี่ เพื่อให้สาร สื่อ สาธารณะเราหวังให้ผู้คน สังคม มีส่วนร่วม สร้างสรรค์สังคมที่เป็นธรรมและสันติ”       
www.thaicr.org

 

 

 

 

Work Shop              หนังสั้น
วัน/เวลา                    22/4/51   (17.00 น. 20.00 น.)
สถานที่                      เรือนร้อยฉนำ สวนเงินมีมา คลองสาน
วิทยากร              ภาณุ อารี (พี่ต้อย)
สิ่งที่ต้องเตรียม       เรื่องราวที่อยากแลกเปลี่ยนกับนักทำหนังสั้นมืออาชีพ 

จบการศึกษาด้านภาพยนตร์จากคณะวารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์ เคยเป็นอาสาสมัครมูลนิธิหนังไทย เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่ม Nostromo Group  (กลุ่มที่ทำงานเพื่อส่งเสริมกลุ่มทำภาพยนต์อิสระ)  ปัจจุบันทำงานประจำที่ฝ่ายต่างประเทศของสหมงคลฟิล์ม เป็นนักทำหนังสั้น นักเขียนอิสระ

-                          สารคดีเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง เคยได้รับเลือกไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติที่ยามากาตะและเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติฮ่องกงเมื่อปี 2544
-                          เคยได้รับรางวัลรองชนะเลิศเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2544  
 -                          รางวัลรองชนะเลิศ รางวัลดุ๊ก (สำหรับหนังสารคดี) แขก เทศกาลภาพยนตร์สั้นและวิดีโอครั้งที่ 10 ปี 2549 
-                          ผลงานที่ผ่านมา   แขก/กาลครั้งหนึ่ง / พรหมลิขิต / เส้นขนาน   

Work shop               ละคร
วัน/เวลา                    23/4/51  (17.00 น. 20.00 น.)
สถานที่                      สตูดิโอมะขามป้อม สี่แยกสะพานควาย
วิทยากร                    กลุ่มละคร มะขามป้อม
สิ่งที่ต้องเตรียม            ใจรักและลูกบ้า 

มะขามป้อมเป็นผลไม้ที่กินเข้าไปแรกๆ จะมีรสฝาดๆ แต่พอดื่มน้ำตามก็จะได้รสหวานมีประโยชน์ถือเป็นยาได้ ซึ่งก็ เป็นความ หมายเป็นนัยที่ตรงกับการทำงานของเรา ละครแปลกๆแต่กลับสนุกสนาน ยิ่งดูไปก็ยิ่งได้ สาระประโยชน์ที่เอาไปใช้ในชีวิตได้ เสมือนเป็นยาพัฒนา คุณภาพชีวิตของตนเองและชุมชน
www.makhampom.net  

 กิจกรรม                    ตลาดนัดแบ่งปัน
วัน/เวลา                    24/4/51 (17.00 น. 20.00 น.)
สถานที่                      เรือนร้อยฉนำ สวนเงินมีมา คลองสาน
วิทยากร                    กลุ่ม “Wechange”
สิ่งที่ต้องเตรียม           ข้าวของเครื่องใช้ที่จะทิ้งก็เสียดาย จะขายก็ไม่มีใครเอา 

ราแต่ละคนต่างมีสิ่งของสะสมเอาไว้จำนวนหนึ่ง เป็นสิ่งของที่เก็บไว้เฉยๆ จะทิ้งก็เสียดาย จะขายก็ไม่มีใครซื้อ หรือถ้าซื้อก็ราคาถูกจนน่าใจหาย เมื่อเทียบกับคุณค่าของมัน บางทีของเหล่านั้นก็มีค่าต่อเราในเชิงความรู้สึกแต่อาจไม่ได้มีประโยชน์อะไร ต่อเราในวันนี้และยังไม่รู้ว่ าจะมีประโยชน์เมื่อไหร่ สิ่งของเหล่านั้น อาจจะเป็น หนังสือที่อ่านจบแล้ว แผ่นหนังที่ดูแล้ว, ซีดีเพลงที่ฟังแล้ว, ย่าม, กระเป๋า, เสื้อผ้า, ของแต่งบ้าน,กล่องใส่ของ,โทรศัพท์ ,ตั๋วหนังที่มีหลายใบ, เพลงที่แต่งทิ้งไว้ ฯลฯ

จากสิ่งเหล่านี้เอง จึงก่อเกิด เป็น ตลาดนัดแบ่งปัน”..... ตลาดของการแบ่งปัน และสรรค์สร้างสิ่งของที่กลายเป็นของเก่า ล้วนมีเรื่องราวของมัน ตลาดนัดแบ่งปันจึงไม่ใช่พื้นที่ของการแลกเปลี่ยนวัตถุเท่านั้น แต่ยังจะเป็นพื้นที่ของการสร้างวัฒนธรรมการบริโภคที่ไม่สะสม ให้เกิดขึ้นในสังคม
www.wechange555.com  

กิจกรรม                    พับกระดาษ  (ORIKAMI)
วัน/เวลา                    25/4/51  (17.00 น. 20.00 น.)
สถานที่                      เรือนร้อยฉนำ สวนเงินมีมา คลองสาน
วิทยากร                    วิศรุต รัตนชวลิต (เมฆ)
สิ่งที่ต้องเตรียม          กระดาษหลากสี 

ออริกามิ เป็นภาษา ญี่ปุ่น แปลว่า การพับกระดาษ เมฆ สมาชิกกลุ่มละครมะขามป้อมจะพาเราไปรู้จักวิธีการพับกระดาษธรรมดาๆให้เป็นรูปร่างต่างๆ  

 work shop         การถ่ายภาพ
วัน/เวลา                    26/4/51  (15.00 น. 18.00 น.)
สถานที่                      เรือนร้อยฉนำ สวนเงินมีมา คลองสาน
วิทยากร                    อนุชิต นิ่มตลุง 
สิ่งที่ต้องเตรียม      อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายภาพได้..... กล้อง  มือถือ  

อดีตช่างภาพ A Day Weekly และแพราวสุดสัปดาห์ ปัจุบันเป็นช่างภาพประจำนิตยสาร MARS จะนำเทคนิคและมุมมองการถ่ายภาพมาบอกเล่าแก่ชาวสมาชิกปิดทีวี

ประวัติการทำงาน

2547 – 2548            นิตยสาร A Day Weekly
2548 – 2549            นิตยสารแพรวสุดสัปดาห์
2550 ปัจจุบัน         นิตยสาร MARS  

กิจกรรม                    Party “เปิดชีวิต....ปิดทีวี
วัน/เวลา                    27/4/51  (18.00 น.เป็นต้นไป)
สถานที่                      เรือนร้อยฉนำ สวนเงินมีมา คลองสาน
วิทยากร    สมาชิกปิดทีวีทุกคน 
สิ่งที่ต้องเตรียม          เรื่องเล่าของคนไม่ดูทีวี,กิจกรรมที่อยากแบ่งปัน,ของกินอร่อยๆ,ความสนุก

พูดคุยแลกเปลี่ยนประสาคนไม่ดูทีวี  ใครทำอะไร? ที่ไหน? อย่างไร? โชว์ของดีในวันไม่ดูทีวี กิจกรรมมันส์ๆ  ภาพประทับใจ อิ่มอร่อยร่วมกัน

ติดต่อสอบถาม ประภา 085-1781014,สุพัตรา 089-7906790

www.tonkla.org
www.wechange555.com

จัดโดย มูลนิธิเสฐียรโกเศศ- นาคะประทีป สถาบันต้นกล้า กลุ่ม we change กลุ่มละครมะขามป้อม มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) ร้านของเรา ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี (ศพส.) วารสารฉลาดซื้อ โครงการเยาวชนสืบสานภูมิปัญญา INEB

 

edit @ 19 Apr 2008 11:51:36 by ร้านของเรา

2008/Apr/17

กำหนดการ "เทศกาลปิดทีวี ฮ่า ฮ่า ฮ่า ปี 2"
๒๐ เมษายน ๒๕๕๑
สวนสันติชัยปราการ

 

15.00 น.  พิธีกรกล่าวเปิดงานและแนะนำซุ้มต่างๆ

              ละครจาก "กลุ่มมะขามป้อม" ชุดที่ 1

              สัมภาษณ์สมาชิกปิดทีวี

16.30 น.  วงเสวนา "เราปิด..โลกเปลี่ยน"

              โดย      ปาริชาติ สถาปิตานนท์     อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ

                         ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข               บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท

                          อัยย พรรณี วีรานุกูล        พิธีกรรายการแผ่นดินเดียวกัน บ้านฉันบ้านเธอ

                          วรรณศิริ ศิริวรรณ            ผู้ประกาศข่าวเนชั่นทีวี  ดำเนินรายการ

              ละครจาก "กลุ่มมะขามป้อม" ชุดที่ 2
             
18.00 น.  วง "Muffin and his band"

              สัมภาษณ์อาสาสมัคร

18.30 น.  ละครจาก "กลุ่มมะขามป้อม" ชุดที่ 3

19.00 น.  วง "อพาร์ตเมนท์คุณป้า"

20.15 น.  พิธีปิดงาน

edit @ 17 Apr 2008 15:21:53 by ร้านของเรา